หน้าหลัก

v0.8.41 · อ้างอิงบัญชีแยกประเภท
ระบบบริหารโรงเรียนกวดวิชา

บ้านครูแพร สายสาม

เรียนดี ดูแลดี เติบโตไปด้วยกัน
✓ เรียนรู้ ✓ ดูแล ✓ เติบโต
AI วางแผนเรียนรู้ติดตามสำเร็จ

ตารางเรียนวันนี้ ดูทั้งหมด →

รายได้ · ค่าตอบแทนครู · EBITDA

เดือนที่ปิดแล้วเท่านั้น — เดือนที่กำลังเดินอยู่ยังเทียบกับเดือนเต็มไม่ได้

งานที่ต้องดำเนินการ

นับจากของจริงในระบบ · กดแล้วไปที่รายการนั้นได้เลย

สัดส่วนรายได้ตามคอร์ส

คอร์สไหนเป็นตัวทำเงินจริง · หกอันดับแรก ที่เหลือรวมเป็นอื่น ๆ

คอร์สที่สอนมากที่สุด

นับเป็นชั่วโมงนักเรียนที่ส่งมอบแล้ว — คนละคำถามกับคอร์สที่ทำเงินได้มากที่สุด

ผู้ช่วยแนะนำ · ตอนนี้ควรทำอะไรต่อ

ทุกบรรทัดมาจากการนับของจริงในระบบของโรงเรียน ไม่ใช่ข้อความสำเร็จรูป · นับได้ศูนย์เมื่อไร บรรทัดนั้นหายไปเอง

ไปที่งานของคุณ

“นักเรียนทุกคนมีศักยภาพในแบบของตัวเอง” · บ้านครูแพร สายสาม

เดือนนี้โรงเรียนทำกำไรหรือไม่ · แนวโน้ม 6 เดือน · เงินที่ยังไม่เข้า

แนวโน้ม 6 เดือน

รายได้ กับ ต้นทุน

ระยะห่างระหว่างสองเส้นคือกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายคงที่ · รายได้รับรู้ตามชั่วโมงที่สอนจริง ไม่ใช่ตอนรับเงิน

ชั่วโมงสอนที่ส่งมอบ

ชั่วโมงนักเรียนที่เรียนจบและยืนยันแล้วในแต่ละเดือน — ฐานของรายได้ทั้งหมด

ตัวเลขสำคัญ

ติวเตอร์ที่ใช้งานสูงสุดสัปดาห์นี้ ดูตารางสอนทั้งหมด →

ชั่วโมงที่ถูกจองแล้ว เทียบกับเวลาที่แจ้งว่าว่าง

ใกล้ต้องต่อคอร์ส ดูทั้งหมด →

ชั่วโมงใกล้หมด · ยังไม่นับเป็นยอดขาย จนกว่าจะต่อจริง

จัดซื้อ วัสดุ งานซ่อม และงบประมาณ อยู่ในหน้าเดียว

ระบบนี้ใช้ การคุมสต็อกแบบเบา — คุมสต็อกเฉพาะวัสดุสิ้นเปลืองที่เลือกไว้เท่านั้น · ของใช้ประจำราคาน้อยลงเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินสดย่อยได้เลย ส่วนอุปกรณ์ที่มีมูลค่าดูแลในทะเบียนทรัพย์สิน

งานค้าง — ค้างมานานแค่ไหน และไปทางไหน

ค่าใช้จ่ายดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือน

ไม่รวมค่าสอนติวเตอร์ · ดูว่าเดือนไหนใช้ผิดปกติ

ของที่ต้องสั่งเพิ่ม

เทียบยอดคงเหลือกับขั้นต่ำที่ตั้งไว้ที่ตัววัสดุ · ไม่ได้มาจากมาตรฐานวัสดุต่อคอร์ส เพราะโรงเรียนไม่ได้ตั้งไว้

งบประมาณเดือนนี้ · ใช้ไปแล้วและผูกพันไว้

"ผูกพัน" คือใบสั่งซื้อที่เปิดอยู่และใบขอซื้อที่อนุมัติแล้ว — นับตั้งแต่ตอนสั่ง ไม่ใช่ตอนจ่าย จะได้เห็นว่าจะเกินงบก่อนที่บิลจะมาถึง

งานจัดซื้อที่ยังค้าง

ใบขอซื้อและใบสั่งซื้อที่ยังต้องตามงานต่อ

ความเสี่ยงด้านอาคารสถานที่

งานซ่อมที่ยังไม่ปิด และอาจกระทบความพร้อมของห้องเรียน

กำไรจากการดำเนินงานของทั้งโรงเรียน · อ่านจาก ledger ทั้งหมด ไม่มีตัวเลขที่พิมพ์เข้ามาเอง

เงินเข้าและเงินออก

เริ่มจากรายได้ แล้วหักลงมาทีละชั้น · กดที่บรรทัดไหนก็เข้าไปดูรายการจริงได้

อ่านตัวเลขนี้ยังไง

รายได้รอรับรู้ · เงินที่รับมาแล้วแต่ยังไม่ได้สอน

โรงเรียนขายชั่วโมงล่วงหน้า เงินที่รับมาจึงยังไม่ใช่รายได้ทั้งก้อน — ส่วนที่ยังไม่ได้สอนเป็นหนี้สิน ไม่ใช่กำไร · อ่านจากบัญชีชั่วโมงกับบัญชีรายได้โดยตรง ไม่ได้พิมพ์เข้ามาเอง

เกณฑ์จดทะเบียน VAT

รายได้ที่รับรู้แล้วในปีนี้ เทียบเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี · หน้านี้บอกสถานะอย่างเดียว ยังไม่ได้คำนวณภาษี — เมื่อโรงเรียนจดทะเบียนแล้วค่อยเพิ่มส่วนภาษีขาย/ซื้อ

กระทบยอดบัญชี

ไล่ตรวจว่าทุกชุดตัวเลขที่ควรตรงกัน ยังตรงกันอยู่ไหม — ชั่วโมงในแพ็กเกจกับบัญชีชั่วโมง · ชั่วโมงที่ใช้กับรายได้ที่รับรู้ · คาบที่ปิดกับค่าสอนที่ตั้งเป็นหนี้ · ถ้าด่านไหนไม่ผ่าน ตัวเลขบนหน้านี้ทั้งหน้ายังเชื่อไม่ได้ จนกว่าจะแก้ต้นทาง

รายได้ หักค่าสอนที่จ่ายจริง วัสดุที่เบิกไป และค่าใช้จ่ายที่ลงคอร์สนั้นโดยตรง

นี่คือมุมมองกำไรส่วนเกินเพื่อการบริหาร ไม่ใช่บัญชีตามกฎหมาย · ค่าเช่า เงินเดือน และค่าสาธารณูปโภคที่ใช้ร่วมกัน ยังคงเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงาน จนกว่าจะตั้งกติกาการปันส่วน

กำไรส่วนเกินรายคอร์ส

ผลตอบแทนจากการสอนโดยตรง คำนวณจากรายการเดียวกับที่ทำงานจริง

ขอซื้อ → อนุมัติ → ออกใบสั่งซื้อ → รับของ → พร้อมตั้งหนี้และจ่าย

ใบขอซื้อ

แยกตามคอร์ส งานซ่อม และของใช้ทั่วไป

ใบสั่งซื้อ

ภาระผูกพันที่ยังเปิดอยู่ แยกตามผู้ขาย

ทะเบียนผู้ขายที่อนุมัติแล้ว

ประเภทผู้ขายและเงื่อนไขการค้าเบื้องต้น

เบิกของตามที่ใช้จริงในแต่ละคาบ ต้นทุนวิ่งลงคอร์สนั้นทันที · โรงเรียนไม่ต้องตั้งมาตรฐานวัสดุต่อคอร์ส

เบิกของให้คาบเรียน — ย้ายไปที่ใบขอเบิกวัสดุแล้ว

การเบิกวัสดุต้องมีใบขอเบิกแล้ว — ให้ครูหรือคนที่จะใช้ของ ตั้งใบขอเบิกในชื่อตัวเองที่ หน้าทำรายการ → ห้องจัดซื้อ & สต็อก → ขอเบิกวัสดุจากคลัง แล้วธุรการเป็นผู้จ่าย · คนขอกับคนจ่ายต้องไม่ใช่คนเดียวกัน
ตารางด้านล่างยังใช้ดูของคงเหลือ ของใกล้หมด และประวัติการเบิกได้ตามปกติ

มูลค่าของคงคลัง

ตั้งแต่รุ่นนี้ ของที่ซื้อเข้าคลังยังไม่เป็นค่าใช้จ่ายจนกว่าจะเบิกออกไปใช้ — คลังจึงถือเงินจริงที่ยังไม่ลงบัญชี · ตีราคาด้วยต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ คือราคาที่จ่ายไปจริง ไม่ใช่ราคามาตรฐานที่พิมพ์ไว้ในทะเบียน

ทะเบียนวัสดุและยอดคงเหลือ

เฉพาะรายการที่ตั้ง Stock Control = YES เท่านั้นที่มีการเตือนยอดคงเหลือและขั้นต่ำ

ประวัติการเบิกล่าสุด

เบิกผิดกดคืนได้ ระบบจะบันทึกเป็นรายการคืน ไม่ลบของเดิมทิ้ง

ความเคลื่อนไหวสต็อก

ประวัติรับเข้า เบิกออก คืน และปรับยอด ของรายการที่คุมสต็อก

สี่คำถามที่ต่างกัน อยู่หน้าเดียวเพราะตอบกันเอง · รายใบสั่งขาย — ดีลนี้คุ้มไหม · รายกลุ่มเรียน — กลุ่มนี้ควรเปิดต่อไหม · บันไดปันส่วน — พอใส่ค่าส่วนกลางเข้าไปแล้วยังเหลือเท่าไร · ค่าสอนและเจ้าหนี้ — จ่ายใครไปเท่าไร และยังติดใครอยู่ · ใบที่ยังสอนไม่ครบจะประเมินให้ว่าพอสอนจบแล้วจะเหลือเท่าไร

ใบที่ควรดูก่อน

ขาดทุนเมื่อสอนครบ หรือกำไรบางกว่าค่าเฉลี่ยของคอร์สเดียวกัน

ใบสั่งขายทั้งหมด

กดที่แถวเพื่อดูที่มาของตัวเลข · ชั่วโมงที่ยังไม่ได้สอนคือภาระที่ยังต้องจ่ายค่าสอน

รวมตามนักเรียน

ลูกค้ารายไหนทำกำไรจริง

รวมตามคอร์ส

เทียบกับหน้ากำไรรายคอร์สได้

กำไรส่วนเกินรายกลุ่มเรียน

รายได้ที่รับรู้จากคาบของกลุ่ม − ค่าสอน − ต้นทุนตรงของกลุ่ม · ใช้ตอบว่าควรเปิดหรือปิดกลุ่ม — ยังไม่ปันส่วนค่าใช้จ่ายส่วนกลาง

บันไดกำไร · ปันส่วนค่าใช้จ่ายส่วนกลาง

ต้นทุนส่วนกลางของเดือนนี้ ปันลงกลุ่มเรียนตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด — เป็นรายงานล้วน ไม่เขียนกลับเข้าเอกสารใด ๆ · ทุกบาทต้องอยู่บนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรืออยู่ในบรรทัด "ยังปันส่วนไม่ได้" พร้อมเหตุผล

รายสาขา

ต้นทุนส่วนกลางที่นำมาปันส่วน

รายกลุ่มเรียน

เกณฑ์ปันส่วนของแต่ละศูนย์ต้นทุน
เกณฑ์เป็นความเห็นของโรงเรียน ไม่ใช่ของระบบ — เปลี่ยนได้ทุกเมื่อ และรายงานจะเปลี่ยนตามทันที · ศูนย์ต้นทุนที่ยังไม่เลือกเกณฑ์ จะไม่ถูกปันส่วนเลย

ค่าสอนรายกลุ่มเรียน

อ่านจากบัญชีค่าสอนค้างจ่ายโดยตรง — หนึ่งแถวต่อคาบ (ชั่วโมง × เรทที่ประทับไว้ตอนปิดคาบ) · ยอดรวมของรายงานนี้เท่ากับค่าสอนในงบกำไรขาดทุนงวดเดียวกันเสมอ และไม่ได้สร้างรายการค่าใช้จ่ายใหม่

เจ้าหนี้คงค้างทั้งโรงเรียน

รวมทุกชนิดไว้ใบเดียว — บิลผู้ขาย · ค่าใช้จ่ายที่อนุมัติแล้วรอฝ่ายบัญชีจ่าย · เพื่อนร่วมงานที่สำรองจ่ายไปก่อน · ค่าสอนที่ปิดคาบแล้วยังไม่ถึงรอบจ่าย · ผู้ออกเอกสารกับเจ้าหนี้เป็นคนละคนได้ — ร้านที่ได้เงินไปแล้วไม่ใช่เจ้าหนี้

ค่าใช้จ่ายทั่วไป สาธารณูปโภค งานซ่อม และที่ลงคอร์สโดยตรง พร้อมระบุว่าใครรับต้นทุน

ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลงบัญชีแล้ว

เก็บเลขที่ใบเสร็จ เลขที่อ้างอิง และผู้อนุมัติไว้ทุกรายการ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

ครุภัณฑ์ที่ผูกกับห้องเรียน สถานะการใช้งาน และใบแจ้งซ่อม

ทะเบียนทรัพย์สิน

ครุภัณฑ์ไม่ถูกนับเป็นวัสดุสิ้นเปลือง · ผูกกับห้องเรียนเพื่อให้รู้ว่าของเสียกระทบคาบไหน

ใบซื้อทรัพย์สินที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน

ใบที่ซื้อผ่านใบสั่งซื้อจะขึ้นทะเบียนเองตอนรับของ · ที่มาค้างตรงนี้คือ ยังไม่ได้รับของ หรือ ซื้อด้วยเงินสดย่อยจึงไม่มีขั้นตอนรับของมากระตุ้น — รายการที่กดขึ้นทะเบียนได้จะมีปุ่มให้ · รายการที่ทำได้ ดีกว่าความเงียบ

งานซ่อมบำรุง

งานที่ระบุว่า CRITICAL คืองานที่กระทบห้องที่ใช้สอนอยู่

งบตั้งไว้ − จ่ายจริง − ที่ผูกพันไว้ = เหลือใช้ได้ · ไล่ลงได้ถึงรายคอร์ส รายใบสั่งขาย รายใบขอซื้อ และใบใช้จ่ายรายใบ

งบตามสาขา / หมวดต้นทุน

PO ที่ยังไม่รับของ และ PR ที่อนุมัติแล้วแต่ยังไม่สั่งซื้อ นับเป็นภาระผูกพันแล้ว — เงินที่สัญญาไปแล้วไม่ใช่เงินเหลือ · ตั้งงบได้ 3 ระดับ (ทั้งโรงเรียน / สาขา / ศูนย์ต้นทุน) — แต่ละบรรทัดตอบคำถามของตัวเอง ไม่ได้หักลบกัน เพราะถ้าให้บรรทัดระดับบนโชว์เฉพาะส่วนที่ระดับล่างยังไม่จอง ยอดของเจ้าของจะขยับทุกครั้งที่ผู้จัดการเพิ่มบรรทัด

ตารางต้นทุน: หมวดค่าใช้จ่าย × ศูนย์ต้นทุน

แถว = ซื้ออะไร · คอลัมน์ = เป็นค่าใช้จ่ายของใคร · ค่าใช้จ่ายที่ยังไม่มีศูนย์ต้นทุนมีคอลัมน์ของตัวเอง ไม่ถูกซ่อนและไม่ถูกยัดรวม — ข้อมูลก่อนรุ่นนี้ไม่มีแกนที่สอง การซ่อนไว้จะทำให้ตารางดูครบทั้งที่ทุกศูนย์ถูกรายงานต่ำกว่าจริง

ต้นทุนรายคอร์ส (เดือนที่เลือก)

ตัวเลขจากบัญชีแยกประเภท เฉพาะรายการที่สาวถึงคาบเรียนได้ — เทียบรายรับเดือนเดียวกัน

ต้นทุนรายใบสั่งขาย (Job Cost)

PR และค่าใช้จ่ายที่ผูกกับการขายรายใบ · ดูกำไรทั้งใบที่หน้า "กำไรรายใบสั่งขาย"

ใบขอซื้อ (PR) — เดือนที่เลือก + ใบเก่าที่ยังค้างเงิน

แต่ละใบตามด้วยเอกสารที่เกิดต่อจากมัน: PO ของธุรการ หรือใบใช้จ่ายจากการเบิกคืน

ใบใช้จ่ายของเดือนที่เลือก

ที่เดียวสำหรับใบขอซื้อ งานซ่อม และรายการที่ต้องอนุมัติอื่น ๆ — แท็บช่วยแยกหมวด แต่ทุกหมวดยังอยู่กล่องเดียวกัน

ประวัติการอนุมัติ

ทุกการตัดสินใจถูกบันทึกในประวัติการใช้งาน

ทุกอย่างที่โรงเรียนผูกวันไว้แล้วและยังต้องทำ — งานซ่อม บิลที่ครบกำหนด แพ็กเกจที่จะหมดอายุ ของที่สั่งไว้ · คลิกที่รายการเพื่อดูรายละเอียดทั้งหมด

สถานะคาบเรียนตามจริง: นัดหมายไว้ → เปิดคาบ / กำลังเรียน → รอผู้ปกครองยืนยัน → ลงบัญชีแล้ว · ธุรการเป็นผู้จัดตาราง ติวเตอร์เป็นผู้เปิดและปิดคาบจริง

พร้อมซิงก์ข้อมูลสด

ห้องไหนว่างเมื่อไร ดูก่อนจอง — และถ้าไม่ได้ดู ระบบจะไม่ยอมให้จองห้องที่ไม่ว่างอยู่ดี · รายวันคือ "ว่างตอนไหน" · รายสัปดาห์และรายเดือนคือ "ห้องทำงานหนักแค่ไหน"

ว่าง มีคลาสแล้ว ปิดซ่อมบำรุง เลื่อนเมาส์บนช่องเพื่อดูรายละเอียด

คาบที่ยังไม่มีห้องในวันนี้

คาบเหล่านี้มีวันและเวลาแล้ว แต่ยังไม่ได้จองห้อง — เป็นความต้องการที่ช่องว่างด้านบนต้องรองรับ

ช่องว่าง = เวลาที่ยังขายได้จริง (เวลาประกาศรับ − คาบที่ถูกจอง − วันลา) · ตัวจับคู่ตอบ "มีครูไหม" · ปฏิทินไว้ไล่ดูและวางแผน

หาครูให้เคสนี้

ตอบพร้อมกันสามชั้น: สอนวิชานี้ได้ × ว่างจริงช่วงนั้น × รับรูปแบบนั้น — แล้วเรียงคนที่สัปดาห์นี้สอนน้อยที่สุดขึ้นก่อน เพื่อกระจายงาน ไม่ให้ครูเก่งคนเดียวรับจนหมดแรง และให้ครูใหม่ได้ชั่วโมง
วันที่สะดวก: · ช่วงเวลา ถึง
ไม่เลือกวันหรือเวลาเลย = "ยืดหยุ่น" ระบบจะไล่หาให้ทั้ง 4 สัปดาห์ข้างหน้า · ระบบจะไม่ขยายเงื่อนไขให้เอง — ถ้าเสาร์เช้าไม่มีใครว่าง จะตอบว่าไม่มี ไม่ใช่เลื่อนไปเสนอวันอาทิตย์แทน

ปฏิทินเวลาว่างของติวเตอร์

ช่องสีคือเวลาที่ประกาศรับสอนและยังไม่มีคาบ — เลือกดูได้ทั้งหมด รายวิชา หรือรายคน และเปลี่ยนช่วงเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน
ระดับ ช่วงที่ดู
16:00–19:00 สาขา รับเฉพาะที่สาขา 16:00–19:00 ออนไลน์ รับเฉพาะออนไลน์ 16:00–19:00 ทั้งคู่ รับทั้งสองแบบ 17:00–19:00 ติดสอน มีคาบแล้ว ลา = แจ้งลาทั้งวัน

แพ็กเกจที่ชั่วโมงใกล้หมด คือโอกาสขายก่อนที่นักเรียนจะหายไป

แพ็กเกจที่ควรชวนต่อคอร์ส

เรียงจากใบที่ชั่วโมงเหลือน้อยที่สุด · กดที่ป้ายด้านบนเพื่อกรองตามความเร่งด่วน

ทดลองเรียน (ฟรี) — ตามต่อให้จบ

เพิ่มที่นั่งทดลองได้จากรายละเอียดคาบในหน้าตารางสอน · สมัครเมื่อไหร่ ระบบตัดชั่วโมงทดลองจากแพ็กเกจใหม่และปิดเคสให้เอง — เคสที่ไม่สมัคร ต้นทุนคาบทดลองขึ้นเป็นค่าการตลาดของคอร์สในหน้างบประมาณ